ปรับโหมด ๆ แหะ ๆ

posted on 19 Jan 2012 00:27 by pranitee  in 0123456789
คือขออภัย ดราม่าเยอะ เละ บ่อย น่าเบื่อ
เราก็เบื่อตัวเองเหมือนกันค่ะ
ต่อไปที่นี่เราคงจะเอาไว้บันทึกเวลาไปสอบ
หรือเวลาทำอะไรได้
หรือมาชวนประดิษฐ์นู่นนี่นะึคะ
 
 
ส่วนที่ดราม่าเรื่องที่บ้าน หากมีคนอ่าน ก็ตามไปอ่านได้ทีนี่ แทนนะคะ
 
เพราะเราตั้งใจว่า เราจะไม่ใส่แต่ความรู้สึกแย่ ๆ
เหมือนที่ชอบเขียน
 
แต่เราจะใส่ความคิด หรือสิ่งที่เราค้นพบ แล้วทำให้เกิดความรู้สึกด้านบวกแทน
หรือให้รู้สึกว่า คนที่อ่าน น่าจะได้สิ่งดี ๆ ไป
(เตือน)
ไม่ใช่ อ่านแล้วรู้สึกแย่ มีแต่บ่นด่าว่า ไม่มีแง่คิด หรือข้อควรปรับปรุงอะไรให้เลย
 
คือต่อไป ถ้าดูท่าแล้วเรื่องเล่าของเราจะดราม่า เราจะหาสิ่งที่น่าจะดีกว่า เอาไว้เขียนประกอบไปด้วย
ถ้าเราคิดไม่ออกว่าเรื่องที่ดีกว่าจะเป็นยังไง เราจะไม่โพสต์เลยแล้วกัน คนอ่านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอ่านเรื่องแย่ ๆ (นิสัย สันดานแย่ ๆ ของเรา) และเราเองก็จะได้ไม่เสียเวลา มาทำเรื่องไร้สาระ ไร้ประโยชน์ ไร้ยางอาย ไร้สำนึก ไร้... คิดไม่ออก ด้วยจะได้เลิกใช้ tag บ่นอะไรของมันวะ ที่เราชอบใช้เสมอกับบล็อกนี้ 555
 
ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรโพสต์ที่นี่นะคะ
เออ เอานี่มาฝากให้ดูฮา ๆ แล้วกัน เห็นตั้งนานแล้วแหละ ใครเป็นงี๊บ้าง ช่วยอธิบายทีนะคะ
เพจวิวบล็อกนี้ ล้ำมาก สิบหกล้าน 555 (ขนาดบล็อกแต่งเพลงของเรา ยังแค่ 3 แสนเอง)
มายังไง ใครรู้ตอบที ตลกดี เห็นเป็นเดือน ๆ แล้วค่ะ เห็นทีไรก็ขำ
 
 
ไปและ จะไปเขียนบล็อก http://actmyage.exteen.com/ แหละ วันนี้มีอะไรชวนคิด 2 เรื่อง
จะดีกว่าไหม
ต้องดีกว่าดิ ไหน ๆ เราเสียเวลาอ่านหนังสือสอบมาตรฐาน (ตั้งใจจะอ่านให้จบ 3 วิชา สรุปอ่านจบไปวิชาเดียวตอนกลางวัน แล้วก็ไม่ได้อ่านอีก เพราะมองสภาพห้องแล้ว สุดจะทน 555 ยกมาจากห้องกลางตอนนี้รกมาก มาไว้ห้องคอม เลยโคตรรก หาทางระบายยยออกไป)
 
ตามนี้ บางข้ออาจมีประโยชน์กับท่าน ใช้ตาสแกน สกิม สกิ๊ปนะคะ ไม่อยากให้ปิดไปเพราะเห็นว่าบ่น
 
1. เราจะบริจาครีีดเดอร์ไดเจสต์ที่อยู่ด้วยกันมาเป็นทศวรรษ 555 จะยกไปวันไหน ขอดูก่อนว่าห้องสมุดเขารับไหม อยากไป แล้วก็เลยไปต่อใบขับขี่อ่ะ (เพราะอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน ซึ่งเป็นถนนที่ปกติเราไม่ได้ไป) แต่ใบขับขี่นี่ต่อได้ก่อน 3 เดือนใช่ป่ะ ก็ต้อง 3 ก.พ. แหนะ กว่าจะต่อได้ เดี๋ยวดูอีกที ((ขอบอก ตั้งแต่ได้ใบขับขี่มา อีชั้นไม่เคยได้ขับรถเลย บ้านไม่มีรถขับ แซด แต่ต้องต่อ อุตส่าห์สอบมา เครียด ไม่อยากเจอสภาพนั้นอีก กร๊ากกก))
 
2. พักไปยาว คอมแฮงค์จากนัง ขี้ เอ้ย Kies ที่เป็นซอฟแวร์จัดการไฟล์ของแกแลกซี่แท็บ ป่วยมาก เข้าใจผิดไปกด อ่ะ ต่อ ๆ เราอยากจะรวบรวมภาพ ต้นไม้ เอาไปอันนึงก่อน วาสนาอธิษฐาน เดี๋ยวค่อยมาทำใหม่ ตอนนี้ไม่มีอารมณ์ทำแล้ว
 
3. จะทิ้งกระดาษ
เครื่องปั่นน้ำผลไม้ 200 วัตต์
กระทะไฟฟ้าสีแดง ที่เพื่อนทำข้าวโพดคลุก 750 วัตต์
หม้อทอดเล็ก 800 วัตต์
เครื่องนึ่งที่มีสามชั้น  900 วัตต์
หม้อสุกี้ 1,300 วัตต์
-*- กร๊ากกก
 
4. ต่อใบประกอบ รุ่นพี่บอกมาว่าใช้แค่ รูป 1 นิ้ว ใบประกอบเก่า
ทรานสคริปต์ บัตรเก่า ไปเขียนคำร้องที่นู่นเลยก็ได้
((ออกแนวจดอ่านรู้เรื่องคนเดียวนะนี่ -*-))

5. ต่อด้วยอะไรดีอ่ะ เอานี่แล้วกัน
เราไม่รู้เราจะทำขายแล้วคุ้มแค่ไหน
แต่แบบเรามี อุปกรณ์ทำต่างหู และบ้าบ้าบอบอ แต่ของใหม่นะ อยู่บ้าง
ไม่รู้ ใครจะโรคจิตแบบเราป่าว ที่ว่า ไม่ซื้อต่างหูใส่อ่ะ เพราะว่าไม่ถูกใจ
เราทำต่างหูใส่เอง เป็นแค่ แบบตะขอเกี่ยว (ไม่แพงอ่ะ เยอะมาก ไม่กี่สิบบาท)
กับห่วงแล้วก็้านแบบเข็ม ใส่เม็ดพลาสติกสีดำอันเดียว
แล้วม้วนก้านเป็นห่วง
เอาห่วงคล้องกับตะขอเกี่ยวจบ
เป็นต่างหูสั้น ๆ
ใส่ตลอด เวลาที่ไปที่ที่เราอยากแสดงความสุภาพ
(บ่นอะไร)
เราจะบอกว่า ถ้าใครอยากได้ ตะขอเกี่ยว อีเมลมาขอเราได้
หาอีเมลเราให้เจอแล้วกัน
เราให้ฟรี เผื่อใครอยากเอาไปต่อกับห่วงหรือจะประดิษฐ์ประดอย
หรือจะเอาไปใส่เฉย ๆ แบบเราก็ได้ ตอนนี้เราก็ใส่ตะขอเกี่ยวหูเฉย ๆ (อันที่มีตุ้มดำ ๆ ใส่ไปนอกบ้าน)
หรืออยากจะใส่แบบเราก็บอก ไม่รู้คิดไง แต่เราคิดอยากมาประกาศ
ถ้าเราว่า และคุณอยากใส่จริง ๆ เราจะทำให้ แต่ถ้ามีตุ้มมันส่งยากว่ะ -*-
(ถ้าแค่ตะขอ ใส่ซิปลอก ใส่ซองจดหมายก็ได้ มันแบน ๆ)
คือเผื่อใครอยากได้อานะ มีอยู่หลายสิบอัน ((คิดว่าทำต่างหูขาย ไม่คุ้ม ต่างหูในตลาดมีล้านแปด ราคาถูกเหมือนแจกฟรีก็มี เราทำ เสียสายตา ขายแพงก็ไม่ได้ ก็ไม่ต้องขาย จบ 555))
 
6. ตอนนี้อยากแจกของในบ้านเยอะมาก ๆ แต่สรุปไม่ถูก มันเยอะมาก จนงง อยากให้เด็กแถวบ้านมาขอของไป มีพวกกล่องน่ารัก ๆ กระป๋องบ้าบอคอแตก ฯลฯ คือเราอยากนอนห้องนี้ จะเหวี่ยงทิ้งเฉย ๆ ก็เสียดาย
จริง ๆ เราควรไปอยู่ที่เก็บของที่ใดที่หนึ่งว่ะ เราว่าเราต้องเก็บดีมาก ๆ -*-
 
รู้สึกร้อนเหมือนจะอ้วก
มองมือถือ เครื่องโนเกีย X3-02 ประมาณ ตี 1 สัญญาณ3.5จีมาตลอด แปลว่า เวลานี้ ลมพัดมาทางบ้านเราหรือไง (คือถนนใหญ่มีสัญญาณ แต่หมู่บ้านเรา ตรงซอยบ้านเราไม่มีสัญญาณอ่ะตอนกลางวัน แต่ตอนอย่างนี้ มีทุกที แล้วใครจะมาโหลดอะไรตอนนี้วะ 555)

7. วันก่อนเราไปช่วยเพื่อนทำงานวันเด็ก
สิ่งที่เราอยากช่วยทำให้ดีขึ้น แต่นะ ก็คิด ๆ แหละ คือทุกวันนี้โรงเรีัยนเพื่อนเราก็เลิศแล้ว แต่แบบเราเห็นแล้วอดคิด (อะไร เลิศ ๆ ต่อ) ไม่ได้
+ เวที การแสดง ผ้าปูพื้น ควรเป็นพรม ผืนเดียวยาวเลย และเป็นลาย แนวหน้าเวทีไปยังด้านหลังเวที ใช้  7 สี (วัน) สลับกันไปเรื่อย ๆ ส่วนด้านซ้ายไปขวา ใช้เป็น แถบสีขาว พาดผ่าน สลับกับไม่เติมสี
เป็นช่องตารางเลย เพื่อให้เด็กพอจะจำจุดยืนของตนเองไว้
ผนังด้านหลังของหน้าเวที ที่เด็กจะมองเห็น ให้ติดตัวเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 (คือคงไม่น่าจะยืนมากกว่านี้แล้ว 5 คือ ตรงกลางเวที) ให้เด็กไว้มอง ว่า ถ้าการแสดงไม่มีการเปลี่ยนที่ยืน เขาจะได้พอรู้ว่าเขาควรยทนตรงกับเลขไหน จะได้ไม่ไปบังกัน (อยากทำให้มาก ๆ แต่พรมคงไม่มีปัญญาทำ ต้องพรมอ่ะ ผ้าไม่ได้ เดินสะดุด ต้องพรมเท่านั้น แต่ไอ้แปะด้านหน้า เราทำเลขไว้แล้ว 555 ทำเล่น ๆ คราวหน้าจะเอาไปให้เพื่อน)

+ เวทีเหมือนเดิม คือ เวลาขึ้นกันไปเยอะ ๆ มีการแสดงรวม เช่นยืนร้องเพลง ควรหาลัง (ที่รับน้ำหนักได้) แบบที่ยกง่าย ๆ มาเตรียมไว้ด้วย เพราะเวลาที่ขึ้นไปยืนเยอะ ๆ มันจะบังกัน พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนล้วนอยากได้รูปถ่ายลูกหลานตัวเองชัด ๆ ดังนั้นการทำเวทีให้มีระดับ ก็เป็นอะไรที่น่ารักดีนะ ก็แค่คิดอ่ะ 555
 
+ เวลาจะแต่งหน้าทำผม ควรเตรียมอุปกรณ์มาเยอะ ๆ เลย 555 เพราะว่าวันก่อนเราทำให้น้องเขาไม่ค่อยได้ ที่สำคัญคือเราทำผมไม่เป็นด้วย ส่วนแต่งหน้าพอเป็นเพราะเคยแต่งหน้าตัวเองตอนรับปริญญา เราแต่งหน้าน้องผู้ชายไม่ตุ๊ดนะ พี่แม่บ้านแต่งซะตุ๊ดเลยอ่ะ แล้วคุณแม่มาบอกเราว่าเราแต่งหน้าให้น้องจัด จริง ๆ ป่าวเลย กร๊ากก หน้าเด็กผู้ชาย แค่ทาแป้งตลับ ทางแก้มชมพูอ่อนแืทบไม่เห็น ทาอายแชโดวสีฟ้า (เราให้น้องเลือกเอง) ปากลิปกลอสสีส้ม เสร็จ พี่แม่บ้านล่อ อายแชโดวสีฟ้ากับแดง -*- กับชมพู วาดเป็นหางอะไรไม่รู้ น่ากลัวมาก
ผู้หญิง แต่งจัด และเด็กที่ผิวคล้ำจะลงปากสีส้ม แต่คนไหนขาวก็จัดเต็ม ส่วนใหญ่เราให้เด็กเลือกสี (แล้วเ่ราช่วยคิดว่าโอเคไหม ส่วนใหญ่เราให้โอเค) เราชอบให้คนได้มีสิทธิ์เลือก มีทางเลือก ก็หนุกดีเล่นแต่งหน้ากับน้อง ๆ กร๊าก
 
นึกอะไรออกอีกจะมาบ่นใหม่ กร๊ากก
 
เออลืม เมื่อวันเสาร์ได้คุยกับพี่สาวท่านนึงอายุ 33 แล้ว
เรารู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในอนาคต คือ ถ้าเรายังไม่มีงานประจำแบบนี้ ชีวิตเราอาจจะเป็นแบบนั้น
(พ่อของพี่เขาก็ถูกออกจากงาน เป็นจังหวะเดียวกันไปหมด ที่สำคัญบ้านเขาไม่ค่อยปล่อย เหมือนเรา แต่เขาปล่อยมากกว่านะ พี่เขาไปทำงานแถวประตูน้ำเองได้) เขาเล่าให้เราฟังหลายเรื่อง เยอะมาก เราก็ฟังนะ ใจก็หดหู่ จินตนาการภาพตัวเราเอง พอดีคุยเยอะมาก เยอะมาก ไปถึงเรื่องแฟนเลย พี่เขาอยากมีแฟน อยากมีครอบครัวแต่หาไม่ได้ หรือไงไม่รู้ ทั้งที่หน้าเขาสวยใสมาก หน้าใสกว่าเราล้านเท่าเลยอ่ะ
 
เอาที่เราบอกกับเขาไปแล้วกัน (เรื่องอายุ เรารู้มาจากเพื่อนเราด่าเรา มันเตือนด้วยความหวังดี เพื่อนซี้เลยอ่ะ เรียนมัธยมห้องเดียวกันมา 6 ปี มันบอกให้เรารีบไปทำงานอะไรก็ได้ เพราะถ้าเกิน 30 เราจะหางานไม่ได้แล้ว ไม่มีใครรับ แก่!)
1. ถ้าอายุเกิน 30 ปี หากไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน ก็หมดโอกาสทำงานในบริษัทได้เลย (เราอ่ะ ไม่มี ใบผ่านงานเราก็ไม่กลับไปเอาหรอก เราทำงานประจำมาแค่ 7 เดือน พี่สาวที่เราคุยด้วยก็ไม่กลับไปเอา แต่เขามีหลายงานไง เขาบอกว่างานนึงเขาไม่เอาแน่ เพราะเจ้านายดุ กลัวเขาด่า) เราเลยบอกพี่สาวท่านนี้ว่า คือเขาอยากทำงานเป็นกองบ.ก. คงเห็นประกาศมา เราจบวิชาโทผลิตหนังสือ เพื่อนเราทำงานแบบนี้ (กองบ.ก.หนังสือ) หลายคน เราบอกพี่เขาไปจากใจเลยนะว่า ไม่มีประสบการณ์ เรียนตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ฝ่ายบุคคลเห็นอายุในใบสมัครก็คัดใบสมัครทิ้งแล้ว -*-  (แต่เราพูดอธิบายให้พี่เขาฟังดีมากนะ แต่นี่เราแค่สรุปง่าย ๆ ให้ฟัง)

2. เราแนะนำเขาว่า พอดีพี่เขาอยากได้ความมั่นคง และอยากหยุดเสาร์อาทิตย์ เพราะงานที่ทำทุกวันนี้ ไม่มีวันหยุด (ขายของ) เราบอกเขาว่า มีอย่างนึง ที่อาจจะช่วยได้ ยังทัน ณ ตอนนี้ คือ การเรียน MBA เพื่อที่เขาจะได้ปรับระดับตัวเอง ไปเป็นคนอีกชั้นนึง (จริง ๆ เราเห็นหลายคนแล้วที่ก่อนเรียน MBA กับหลังจบMBA เป็นคนละเรื่องเลย หลังจบเลิศ เป็น ผู้จัดการ ไรเงี๊ย) ต้องยอมเสียเงิน ไปเรียน ไปหาคอนแท็ก (เชื่อว่าส่วนใหญ่จะดี ๆ อย่างน้อยก็เปิดหูเปิดตา ไปหาเพื่อนใหม่ ๆ สังคมใหม่ ๆ) เชื่อว่า ถ้าชีิวิตไม่ติดกรอบ การเรียน MBA จะทำให้พี่พบทางสว่างได้ เพราะพี่เขาเดินทางไปไหนมาไหนได้ เขาพูดจาฉะฉาน ดูเป็นคนเอาเรื่องพอสมควรเลยอ่ะ มั่น (แต่เราก็ไม่รู้นะว่าที่บ้านเขาไม่ปล่อยคือประมาณไหน คือเหมือนพี่เขาบอกว่าที่บ้านเขาไม่ค่อยปล่อย) 

3. นอกนั้นก็ต้องทำธุรกิจส่วนตัวอย่างเดียว ซึ่งธุรกิจส่วนตัว ถ้าจะทำ ต้องเป็นของที่คู่แข่งน้อย เลิศ หาที่อื่นไม่ได้แล้ว แปลกใหม่ ถึงจะทำราคาแพง ๆ ได้ ก็แนะนำเขาไปแบบนี้


แบบพอเราคุยกับพี่เขา คุยนานมากกกกกกกกกกกกกกก
คุยเสร็จ นั่งเครียด
และอยากบอกว่า พ่อแม่ผู้ปกครอง ท่านใดก็ตาม ที่คิดว่าจะหวงลูกมาก ๆ ไม่ปล่อยเลย
และมีแนวโน้มว่าจะบังคับให้ทำงานเฉพาะที่อยากให้ทำเท่านั้น + ไม่อนุญาตอะไร เหมือนลูกเป็นเด็ก จนลูกออกแนวเอ๋อ ไม่ทันโลก ซื่อบื้อ (มีจริง น่าจะมีเยอะ)
โปรดจง สร้างธุรกิจส่วนตัว แล้วให้ลูกมันเฝ้าหน้าร้านไป
(ไม่ได้ว่านะ พูดจากใจเลยอ่ะ)

อย่าหาว่านินทาเลยนะ ตอนนี้เรามีเรื่องเครียด ๆ เรื่อย ๆ อ่ะ เหมือนอยากหาที่ระบาย
จริง ๆ พ่อเราก็ค่อนข้างรำคาญกับสภาพเรานะ ที่เราไม่ทำงานประจำ
แต่ก็มีหลายมุม มีการคุยกัน แบบว่าแม่จะซื้อรถให้เรา (ขับไปหายาย ว่าจะไปทุกสัปดาห์ ไปทำงานไรเงี๊ย)
ป๋าก็บอกว่า ถ้าขับรถไปทำงาน ถ้าเราได้เงินเดือนหมื่นห้า จะไม่คุ้ม
สู้อยู่บ้านได้ 4,500 แบบทุกวันนี้ยังคุ้มกว่า (คือพ่อเราไม่อยากให้มีรถ)
แต่แม่เราไม่ให้เราเดินทางเอง (ถึงมีรถ แม่ก็คงไม่ให้ขับไปคนเดียว มั่นใจมากข้อนี้)
ก็นะ รถเมลมันก็เฮงซวย
จนทุกวันนี้บอกตรง ๆ ว่ากลัวการขึ้นรถเมล มันเหมือนพอไม่ค่อยได้ขึ้น มันไม่ชิน แล้วเราเป็นห่าอะไรไม่รู้ กะจังหวะจะกดออดลงรถไม่ถูก กะไม่ถูก บอกไม่ถูก สับสน (เพราะเราไม่ค่อยเดินทาง)
ล่าสุดเราไปลงสอบมาตรฐาน จะต่อใบประกอบวิชาชีพ เพราะเราไม่ได้ทำอาชีพ เราต้องเอาผลสอบ (หรืออื่น ๆ แต่สอบสะดวกสุด) ไปยื่นตอนต่อด้วย ถึงจะสมบูรณ์
เราชวนเพื่อนสนิท (ผู้หญิง) ที่ำทำงานธนาคาร ไปสอบด้วยกัน จะได้เดินทางด้วยกัน แม่จะได้ไม่ต้องมาห่วงนู่นนี่ เพราะเพื่อนคนนี้สนิทมาก ตอนเรียนไปไหนด้วยกันแม่ไม่กังวล

แต่มันดันมีสอบวันศุกร์ด้วย (หลายวัน) เพื่อนเราไม่อยากลางาน
เราเลยกะว่าจะไม่ไป เพราะไปไม่ถูก (คงไม่บอกที่ บอกแล้วเดี๋ยวคนไปถูกจะเยาะเย้ย)
เลยกะไม่สอบ
แม่ก็ไม่ให้ แม่เช่ารถให้เลย
รถเช่า (รู้จักกัน) ดันติดธุระ
แม่เราก็โวย ๆ
สรุปพ่อเราเลยจะไปส่งให้แต่เช้า (นั่งรถเมลหรือแท็กซี่ไปแหละ เพราะบ้านเราไม่มีรถ -- บอกไว้หน่อย มีคนบอกว่าพ่อเราเดินทางอึดมาก จากบ้านเรา ประมาณแล้วกัน มหาวิทยาลัยหัวเฉียว ไป ราชมงคลพระนคร เทเวศน์ ทุกวันอ่ะ เอิ๊ก ๆ ตอนก่อนก็เทคนิคกรุงเทพ ชุมพรเขตร์ เนี่ย พ่อเราเดินทางจากบ้านไปทำงานตลอด ด้วนรถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า รถสาธารณะ ตอนมีอีพวกม๊อบบ้า พ่อเราก็เดินเอา ไปทำงานสาย แต่เขาเป็นระดับผู้บริหารไง พ่อเราเขาเลยมองว่าเราห่วยแตก ที่เราเดินทางไม่ได้ ทั้งที่จริง ๆ เราอาจจะเดินทางได้นะ แต่เราแค่ไม่ได้เดินทางเท่าไร เราจึงซื่อบื้อ -- ก็เคยได้รับอนุญาตให้ไปไหนบ้างอ่ะ แทบไม่มี -*- แม่ไม่ให้ไป)
ป๋าไปส่งก็ดี
ก็นะจะพยายามตั้งใจอ่านให้ผ่าน ๆ ก็จะได้ต่อไปอีก 5 ปี
เพราะแม่เราไม่ยอมอ่ะ
เมื่อเย็นเราพูดว่าเราไม่อยากเป็นครู
เพราะเราเห็นที่บ้านเป็นกันแล้วเราเหนื่อย (เราก็เคยเป็น เราจะตายห่า -- วันนี้แม่ยังมาเล่าเลย ไปงานวันครู เจอผู้ใหญ่ที่เราเคยทำงานด้วย เขาฝากมาชม บอกว่าคิดถึงเรา ตอนนี้ ที่ทำงานไม่มีเราแล้ว เน่าเละ พึ่งพาใครไม่ได้เลย แต่จะให้เรากลับไปเรอะ ฝันไปเหอะ เอาเงินเดือนสักสองหมื่นห้า เราถึงจะกลับไป -ตอนทำงานได้ 7940 บาท ทำงานเยี่ยงทาส- คนร้องให้กลับไปเยอะเกิน เด็กบ้าง เพื่อนร่วมงานบ้าง แต่เราก็ไม่แน่ใจ เพราะแค่คิดก็เหนื่อยแล้ว)
แม่ก็เหมือนโกรธ บ่นตลอดว่า คนนู้น ตอนแรกว่าจะไม่เป็น ตอนนี้ยังมาเป็นแล้วเลย
คนนั้นแม่บอกให้เรียนครู ตอนนี้มาขอบคุณแม่ใหญ่เลย
คือยกตัวอย่าง แบบ กระทบเรา
 
แล้วบอกว่า แรก ๆ มันก็ลำบาก หลัง ๆ มันก็จะสบาย
เราเห็นทุกวันนี้แม่เราก็ยังลำบาก งานอะไรไม่รู้ มาเร่ง ๆ เรา มาเร่ง ๆ เอ แบบสั่งตอนนี้ จะเอาตอนนี้ก็บ่อยไป มันเหนื่อยอ่ะ ถ้าเราไปทำอีกคน เราเกรงว่า ความวุ่นวายจะปะทุที่บ้านเรา
เหตุผลคือ ก็จะไม่มีคนทำงานบ้าน (แบบที่เราทำทุกวันนี้) เพราะแน่นอนว่าเราก็คงต้องเหนื่อย (ตอนเราทำงาน เราไม่ทำงานบ้านเลยนะ เรากลับมาจะตาย ๆ ทุกอาทิตย์เลย)
และคนจะเป็นครูได้ ต้องรับผิดชอบชีวิตลูกศิษย์ได้ เพราะต้องมีเยี่ยมบ้าน มีพาเด็กไปแข่งขัน มีไปค่ายลูกเสือ มีพาทัศนศึกษา มีประชุมมืด มีงานราตรีของโรงเรียน มีห่าเหวสารพัด
เราเห็นแค่พี่เราเจองี้ แม่เรายังตามไปรับ ไปนั่งร้านข้าง ๆ ไปดักรอ จ้างรถไปรับ โอ้ยสารพัด ถ้าเราอีกคน ไม่ต้องยุ่งเหยิงกว่านี้เหรอ (ยกเว้นเราจะได้ทำงานที่เดียวกับพี่หรือแม่ ซึ่งป๋าบอกว่า ไม่ให้ทำที่เดียวกับแม่แน่ เพราะว่าเป็นที่ที่จบมา งานจะหนัก ความเกรงใจ ความอะไรจะมากกว่าไปทำงานในที่ที่ไม่มีคนรู้จัก คือ ป๋าไม่ให้เอย้ายมาทำที่เดียวกับแม่ คุยกันแล้ว เอมันก็จะไม่ย้าย) ((เขียนไปงั้น เหตุผลที่แท้จริงคือ เรารู้ว่าเราไม่มีปัญญาดูแลนักเรียนได้ ลำพังแค่ดูแลตัวเอง ก็จะแย่แล้ว ถ้าเราเป็นอะไร เราต้องเป็นให้ดี ไม่ใช่สักแต่เป็นไปวันวัน ห่วยแตก เราเราไม่คล่องจริง ๆ ขอเวลาทำใจนาน ๆ กลัวเขาไปเป็นภาระ ไม่ก็ทนทำจนเครียด แล้วก็ใกล้ตายแบบหนก่อน ไม่ไหวอ่ะ เราไม่ได้คิดว่าเราต้องเสียสละอะไรขนาดนั้น))

คือเอาว่า ตอนนี้เราเครียดมาก และอยากจะหาทางออกให้กับชีิวิต (หาเอง คนอื่นไม่ต้องหาให้โดยเฉพาะขายประกัน ทำงานทางเน็ต คลิก ๆ ห่าเหวไร)

เรานึกถึงเพื่อน บ้านเป็นร้านแว่น อยู่เฝ้าร้าน วัดตัดแว่น บ่นเบื่อ
แต่เรากลับคิดว่า ถ้าสภาพที่ถูกเลี้ยงดูแบบเรา ท่าทาง งานแบบนี้คงจะเหมาะมาก ๆ

ก่อนหน้านี้เราเคยคิดว่าเราเรียนเก่งนะ แต่ตอนนี้เรารู้สึกเลยว่าการเรียนเก่ง มันไม่ช่วยอะไรเราเลย แถมมันยังทำให้คนติดภาพว่าเราเรียนเก่ง เข้าใจผิด และเราต้องเป็นอะไรไม่รู้ ที่ไม่เป็นตัวเองเลย ตอนนี้อยากฝากไว้จริง ๆ อ่ะ ว่า ถ้าไม่ได้คิดจะรับเราเข้าทำงาน หรือหางานให้เราทำ ไม่ต้องเสือกมาถามว่าเราจบปโทแล้วใช่ไหม เพราะ เรารำคาญมาก ๆ (เรามีเหตุผลส่วนตัว ที่เรารำคาญคำถามนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกก เป็นคำถามที่เราตอบความจริง แล้วเรามักจะถูกด่า)

แต่นะ เราก็จะหาทางต่อไป เพราะเรารู้ว่าจริง ๆ เราไม่ได้โง่ และเรามีศักยภาพมากมาย เพียงแต่เราไม่สามารถไปไหนเองได้ และไม่สามารถตัดสินใจในหลาย ๆ เรื่องเองได้ ก็เท่านั้นเอง
 
แต่เราก็เข้าใจแม่เรานะ เราก็รักแม่เรามากด้วย ถ้าแม่เราจะรักตัวเขาเองมากกว่าที่จะรักเราในแบบที่เขารัก ก็คงจะดีกว่านี้
ล่าสุด น้าเราขอร้องมา ให้เราไปทุกที่กับแม่ (ที่นอกเหนือจากไปทำงาน) เหตุผลคือ แม่เราเดินไม่ค่อยได้แล้ว แต่แม่เราเขาไม่เคยเชื่ออะไรใครทั้งนั้น เขาคิดว่าเขาปกติดี ซึ่งเราเห็นหลายครั้งแล้วว่าขาแม่เราไม่ดี (จากการโหมตัวเอง และไม่ดูแลสุขภาพ ไม่เคยแช่เท้าด้วยน้ำอุ่นเลยด้วยซ้ำ ไม่เคยให้นวด ไม่ให้ใครทำ และตัวเองก็ไม่ทำ) เขาคิดว่าเขาปกติดี แต่จำจี้จำใชบังคับเรากินอยู่เหลือเกิน ก็นะ พูดยาก แต่เราก็จะไปทุกที่แหละ (ที่แม่ให้ไป หลายครั้งเขาไม่ให้ไป ไม่พอใจอีกถ้าจะไปด้วย หาว่าเราเป็นภาระ ทั้งที่เราก็จะไปเพราะว่าคนอื่นสั่งมานั่นแหละ ใครจะอยากทำให้คนที่รักไม่พอใจวะ จริงป่ะ แต่นะ เหนื่อยว่ะ กูบ่นอะไรวะ )
ไปนอนดีกว่า 2:57

ปล. ด้วยตัวเราเอง ด้วยทุกสิ่งที่เราตัดสินใจได้เอง ทำได้เอง เราจะไม่เรื่องมาก และจะมีเหตุผลที่สมเหตุสมผล เราตั้งใจไว้แล้ว แต่ถ้าไม่เป็นงั้น ขอให้เข้าใจ ว่าหลายอย่าง ต้องเป็นไปด้วยเหตุผลอื่น ๆ อีกมากมาย เรายังต้องพึ่งพาหลายท่าน หลายสิ่ง หลายอย่าง จริง ๆ

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...